แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - nmkmember

หน้า: [1]
1
กลุ่มงานการพยาบาล / Re: Pearls and Pitfalls in Emergency MEDICINE
« เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 09:05:31 AM »
สรุปการเข้าร่วมรับการอบรมทางวิชาการเวชศาสตร์ฉุกเฉินครั้งที่2 เรื่อง Pearls and Pitfalls in Emergency MEDICINE ณ.ห้องประชุมโรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่   จังหวัดเชียงใหม่
ระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม   พ.ศ 2559
1.   Essential for ground transportation
การเตรียมตัวก่อนลำเลียง
-การตรวจสภาพรถ ป้องกันอุบัติเหตุ
-ตรวจสอบควมพร้อมของรถ /อุปกรณ์ประจำรถที่จำเป็น
-แสงสว่างภายในรถ การระบายอากาศภายในรถ
-การทำประกันชีวิต/อุบัติเหตุ
-ตรวจสอบความพร้อมของรถ/อุปกรณ์ประจำรถที่จำเป็น
*กระเป๋า airway
*suction
*กระเป่ายา life saving
* oxygen tank
*ventilatior
*ทีมลำเลียงต้องมีบุคลากรที่สามารถเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาเบื้องต้นในเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้
*เอกสารของผู้ป่วยที่จำเป็น ข้อมูลสารน้ำ องค์ประกอบของเลือด ข้อมูล Lab ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลยาที่รักษาไปแล้วและ dose ที่กำลังจะมีต่อไป ซอง film  ชื่อแพทย์ผู้รับ refer
* บุคลากรที่ลำเลียงต้อง เตรียมตัวผู้ลำเลียงเอง เช่นการแต่งกาย PPE   เตรียมตัวทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ จิตวิญญาณ ความรู้เกี่ยวกับปัญหาของผู้ป่วย 
ขณะลำเลียง
*ขณะลำเลียง การยึดตรึงผู้ป่วยกับ spinal board spinal board กับ stretcher  stretcher กับรถ
*ขณะลำเลียงมีการติดตามการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย การติดตามสัญญาณชีพ pulse-oxymetry
ความถี่ตามความเหมาะสมและเมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง
*ระมัดระวังท่อต่างๆที่ติดมากับผู้ป่วย เช่นท่อช่วยหายใจ ICD   IV LINE  Venous cutdown  Cental line  Pace maker Urinary cather
หลังการการลำเลียงเสร็จสิ้น
เติมอุปกรณ์ ยา ที่ใช้ไป    เตรียมข้อมูลปัญหาอุปสรรค บันทึกรายงาน  ทำความสะอาดรถ



2.   Pearls and Pitfalls in Orthopaedic Trauma
Summary
*Physical exam is most important
* X-ray help in diagnosis not re[laced PE
*Osteoporosis Fx is difficult to Dx
* If in doubt  CT MRI or closed follow up 

3.HEAD  Truma การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ
Prevent secondary brain injury
Goal 
TQIP   best practices for management TBI
1.   Systolic blood pressure ≥ 100  mmHg ถ้าต่ำกว่าให้  LOAD IV
2.   Blood sugar 80-180 mg%
3.   ถ้าสงสัย c spine injury  ให้ protect ไว้เรื่อยๆให้ long spine board  on collar ไว้ตลอดจนกว่าผล CT negative ถึงจะ remove  COLLAR
4.FAQS  in Rabies
ป้องกันการบาดเจ็บเสียชีวิตจาการถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด
การดูแลแผล
*ไม่ควรเย็บแผลถ้าไม่จำเป็นรอ 2-3 วันค่อยมาเย็บแผล
*ถ้าจำเป็นเช่นแผลที่ใบหน้า ห้ามเลือด ให้ฉีด RIG  เข้าในและรอบบาดแผลก่อนเย็บ
*ไม่ควรฉีดยาชา เพราะเชื้อ Rabies  กระจายลึกมากกว่าเดิม
 การให้ยาปฏิชีวนะ
Prophylaxis 3-5 days ในกรณี
*บาดแผลขนาดใหญ่
**บาดแผลลึกถึงกระดูก
**บาดแผลนิ้วมือ มือ ใบหน้า
**ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
**ไตวาย เบาหวานควบคุมไม่ดี ตับแข็ง ตัดม้าม
ยาที่ให้คือ Amoxycillin ถ้าแพ้ penicillin  ให้ DOXYCYCLINE  Cephalosporins

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  การฉีดวัคซีนหลังการสัมผัสสัตว์  จะต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงในการติดเชื้อด้วยเสมอ โดยอาจแบ่งเป็นกรณีได้ดังนี้
2.1 ไม่ต้องฉีดวัคซีนในกรณีที่สัมผัสกับสัตว์โดยที่ผิวหนังไม่มีแผลหรือรอยถลอก เช่น การให้อาหาร ถูกเลีย สัมผัสน้ำลายหรือเลือด (ยกเว้น น้ำลายหรือเลือดของสัตว์กระเด็นเข้าทางตา หรือปากจะต้องรับการฉีดวัคซีน)
2.2 ต้องฉีดวัคซีนในกรณีที่
2.2.1 ถูกงับเป็นรอยช้ำที่ผิวหนัง ไม่มีเลือดออก
2.2.2 ถูกเลีย หรือ น้ำลายถูกผิวหนังที่มีรอยถลอกหรือมีแผล
2.2.3 ถูกข่วนที่ผิวหนังโดยไม่มีเลือดออกหรือออกซิบๆ
2.2.4 ถูกกัดหรือข่วนเป็นแผล (แผลเดียวหรือหลายแผล) และมีเลือดออก
2.2.5 มีน้ำลายหรือสารคัดหลั่ง (เช่น เลือด) จากร่างกายสัตว์ ซากสัตว์ เนื้อสมองสัตว์ รวมถึงการชำแหละหรือลองผิวหนังสัตว์ ถูกเยื่อบุตา ปาก จมูกหรือแผลตามผิวหนัง
 
 
ในกรณีที่ต้องฉีดวัคซีนหลังสัมผัสสัตว์ จะพิจารณาจำนวนครั้งของการฉีดวัคซีนตามประวัติของการได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า โดยแบ่งเป็น 3 กรณี คือ
1.   ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อนเลย หรือเคยฉีดมาแล้วแต่น้อยกว่า 3 เข็ม
2.   ในกรณีที่เลือกวัคซีนชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ต้นแขนจะต้องได้รับการฉีด
3.   5 ครั้ง  ครั้งละ 1 โด๊ส*ในวันที่ 0, 3, 7, 14 และ 28  หรือ
4.   กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยแนะนำให้เลือกฉีดวิธีที่ 1.1.1, 1.2.1 และ 1.2.2 เท่านั้น
3 ครั้งในวันที่ 0, 7 และ 28 โดยวันที่ 0 จะได้รับการฉีด 2 โด๊ส* และอีกสองครั้งที่เหลือฉีดครั้งละ 1 โด๊ส*
*  หมายเหตุ:1 โด๊ส จะใช้วัคซีนปริมาตร 1 ml สำหรับ HDCV, PCECVและ PDEV หรือ0.5 ml สำหรับ PVRV
•   ในกรณีที่เลือกวัคซีนชนิดฉีดเข้า ในผิวหนัง บริเวณต้นแขน จะต้องได้รับการฉีด
•   4 ครั้งในวันที่ 0, 3, 7 และ 28 โดยแต่ละครั้งจะต้องฉีด 2 จุด จุดละ 0.1 มล. (ต้นแขนด้านซ้ายและขวา) หรือ
•   5ครั้งในวันที่ 0, 3, 7,28 และ 90 โดยสามครั้งแรกฉีดครั้งละ 2 จุด  และ สองครั้งที่เหลือฉีดอีกครั้งละ 1 จุด จุดละ 0.1 มล. หรือ
•   4 ครั้งในวันที่ 0, 7, 28 และ 90โดยครั้งแรกฉีดทั้งหมด 8 จุด ครั้งที่สอง 4 จุด และสองครั้งที่เหลืออีกครั้งละ 1 จุดจุดละ 0.1 มล.
 
นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายที่ถูกสัตว์กัด หรือข่วนจนเป็นแผลและมีเลือดออก หรือถูกกัดเป็นแผลที่ใบหน้า ศีรษะ คอ มือ และนิ้วมือ หรือมีแผลลึก แผลฉีกขาดมาก จะต้องได้รับการฉีดอิมมูโนโกลบุลิน(Immunoglobulin; IG) โดยเร็วที่สุด โดยฉีดบริเวณรอบแผลร่วมกับวัคซีนในวันที่ 0 เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้เป็นกลุ่มมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้สูง 



ตารางแสดงการจำแนกระดับการสัมผัสและบาดแผลรวมทั้งแนวปฏิบัติการให้การดูแล
ระดับของการสัมผัส/บาดแผล   ลักษณะการสัมผัส/บาดแผล   การให้การดูแล
      กรณียังไม่เคยได้รับวัคซีน หรือ ได้ไม่ครบ   กรณีเคยได้รับวัคซีนครบแล้ว
ระดับที่1
 
 
    1.1 ถูกต้องตัวสัตว์ หรือป้อนน้ำป้อนอาหารผิวหนังไม่มีแผลหรือรอยถลอก
1.2 ถูกเลีย สัมผัสน้ำลายหรือเลือดสัตว์ผิวหนังไม่มีแผลหรือรอยถลอก   •  ล้างบริเวณสัมผัส
•  ไม่ต้องฉีดวัคซีน
    •  ล้างบริเวณสัมผัส
•  ไม่ต้องฉีดวัคซีน
 
 
ระดับที่ 2   2.1 ถูกงับเป็นรอยช้ำที่ผิวหนัง ไม่มีเลือดออก
2.2 ถูกข่วนที่ผิวหนังไม่มีเลือดออกหรือเลือดออกซิบๆ
2.3 ถูกเลีย น้ำลายถูกผิวหนังที่มีแผล รอยถลก รอยขีดข่วน   •  ล้าง และรักษาบาดแผล
•  ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า   •  ล้าง และรักษาบาดแผล
•  ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ถ้าเคยได้รับครบภายใน 6 เดือนให้ฉีดเพียงครั้งเดียว ถ้าเคยได้รับครบเกิน 6 เดือนให้ฉีดเพียง 2 ครั้ง คือ วันที่ 0,3
ระดับที่3    3.1 ถูกกัด ถูกข่วนเป็นแผลเดียวหรือหลายแผลและมีเลือดออก
3.2 ถูกเลีย หรือน้ำลายถูกเยื่อเมือก ตา ปาก
3.3 มีแผลที่ผิวหนังและสัมผัสเนื้อสมองสัตว์และ/หรือชำแหละซากสัตว์
3.4 บาดแผลที่บริเวณที่มีเลือดไปเลี้ยงมาก ได้แก่ ใบหน้า   เยื่อบุตา   เยื่อบุช่องปาก  แผลที่มือและเท้า ที่อวัยวะเพศ  ไม่ว่าจะเป็นแผลแบบใด
 
 
    •  ล้าง และรักษาบาดแผล
•  ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า
•  ส่งต่อเพื่อฉีดอิมมูโนโกลบุลินที่ศูนย์แพทย์ฯ
•  ให้ยาปฏิชีวนะป้องกันแผลติดเชื้อ คือAmoxicillin (กรณีที่แพ้ยากลุ่ม Penicillinให้Doxycycline หรือ Bactrim แทน) ให้นาน 5 วัน   •     ล้าง และรักษาบาดแผล
•     ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ถ้าเคยได้รับครบภายใน 6 เดือนให้ฉีดเพียงครั้งเดียว ถ้าเคยได้รับครบเกิน 6 เดือนให้ฉีดเพียง 2 ครั้ง คือ วันที่ 0,3
•     ไม่จำเป็นต้องฉีดอิมมูโนโกลบุลิน
 
 







 
 

                           


                           .............   .............................
                            (นางลออรัตน์  สุปินะ)
                           ผู้สรุปรายงานการประชุม

2
กลุ่มงานการพยาบาล / Pearls and Pitfalls in Emergency MEDICINE
« เมื่อ: ธันวาคม 08, 2016, 09:04:53 AM »
สรุปการเข้าร่วมรับการอบรมทางวิชาการเวชศาสตร์ฉุกเฉินครั้งที่2 เรื่อง Pearls and Pitfalls in Emergency MEDICINE ณ.ห้องประชุมโรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่   จังหวัดเชียงใหม่
ระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม   พ.ศ 2559

หน้า: [1]